ประโยชน์ 3 ต่อ ของอะโวคาโด

ben728x90


ประโยชน์ 3 ต่อ ของอะโวคาโด
ผักผลไม้แต่ละชนิด ล้วนมีสารอาหาร มีคุณค่าในตัวเองเสมอ แต่ทว่าก็มีไม่กี่ชนิด ที่จะให้ประโยชน์ได้มากมายถึง 3 ต่อ เช่นผลไม้ที่หลายคนกำลังเข้าใจมันผิดอยู่นี้…

ประโยชน์ 3 ต่อ ของ อะโวคาโด
อะโวคาโด ผลไม้ที่ถูกหลายต่อหลายคนเข้าใจผิด และมองข้าม ว่าเป็นผลไม้รสไม่หวาน ไขมันสูง กินแล้วอ้วน แต่จริง ๆ แล้ว หารู้ไม่ว่าผลไม้ชนิดนี้ เป็นที่นิยมในแถบอเมริกาและยุโรป เพราะมีสารอาหารหลากหลายที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ถ้าเรายังเข้าใจผิด ๆ อยู่อย่างนี้ เสียดายแย่จริง ๆ แล้ว อะโวคาโดมีคุณค่าทางอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าผลไม้ชนิดอื่น จึงถือว่าเป็น “อาหารเพื่อสุขภาพ” เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกายมากมาย

ben728x90


เนื้อผลอะโวคาโดประกอบด้วยไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ประมาณ 4-20% แล้วแต่พันธุ์ โดยกรดไขมันในอะโวคาโด ร้อยละ 70 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ชนิด monounsaturater fatty acid ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้ เป็นไขมันดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย หากกินในปริมาณที่ร่างกายเผาผลาญได้ บอกเลยว่าไม่อ้วนแน่นอน

1. อะโวคาโดป้องกันโรค

กรดไขมันที่อยู่ในเนื้อของอะโวคาโด ช่วยลดปริมาณ LDL-cholesterol ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลที่เป็นผลเสียต่อร่างกายและเพิ่มปริมาณ HDL-cholesterol ในเลือดซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลที่เป็นผลดีต่อร่างกาย มีประโยชน์ในการป้องกันโรคหัวใจซึ่งเป็นประโยชน์ในการลดไขมันในเส้นเลือดคนที่เป็นโรคไขมันในเลือดสูงก็บริโภคผลไม้ชนิดนี้ได้ และใช้ลดน้ำหนักได้ดี เพราะปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำ แต่มีน้ำตาลต่ำ ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจึงสามารถบริโภคผลไม้ชนิดนี้ได้

ในอะโวคาโด ยังเปี่ยมด้วยวิตามินสูง ประกอบด้วย วิตามิน เอ (เบต้าแคโรทีน) ช่วยบำรุงสายตา วิตามินบีช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ปากนกกระจอก วิตามินซีช่วยป้องกันหวัด เลือดออกตามไรฟัน

2. อะโวคาโดบำรุงผิว

ในอะโวคาโดที่อุดมไปด้วยวิตามินนั้น จะมีวิตามินอี ซึ่งเป็นสาร antioxidant ที่มีคุณค่าในการปกป้องเซลล์ร่างกายจากมลพิษทางอากาศ น้ำ และอาหาร ป้องกันร่างกายจากโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ และโรคหัวใจ ในผู้ใหญ่ควรบริโภควิตามินอีอย่างน้อย 10 mg ต่อวัน ผู้หญิงในอเมริกาใต้และเม็กซิโกใช้ผลอะโวคาโดสดสำหรับบำรุงเส้นผมและผิวพรรณมานับพันปีแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแห้ง ให้นำอะโวคาโดมาบดผสมกับกล้วยหอมสุก และน้ำผึ้ง ในอัตรส่วน 1:1:1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วล้างออก คุณก็จะมีผิวพรรณที่ชุ่มชื่นมีชีวิตชีวา และยังใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญเพื่อการสกัดน้ำมันในอุตสาหกรรมทำเครื่องสำอางประทินผิวต่าง ๆ

นอกจากนี้ ในอะโวคาโดยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุ และสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโซเดียม โพแทสเซียม โฟเลต ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอล โดยเฉพาะโฟเลตนั้น เป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากโฟเลตเป็สารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและสร้างเนื้อเยื่อของทารก คนไทยสมัยก่อนใช้กล้วยเป็นอาหารเลี้ยงทารก อะโวคาโดก็เช่นกันสามารถใช้เป็นอาหารเลี้ยงทารกได้โดยอาจใช้เนื้ออะโวคาโดสุกป้อนเด็กทารกโดยตรงหรือผสมกับกล้วยน้ำว้าสุกอัตราส่วน 1:1

3. หมักบำรุงผม สำหรับผมหยิกหยักศก

ในอะโวคาโดนั้นจะมีโปรตีนสูงกว่าผลไม้สดอื่น ๆ ประมาณ 0.8 – 1.7 % โดยให้ค่าพลังงานความร้อนต่อร่างกายสูงแต่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำ เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย มีใยอาหารสูง และมีไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายและเส้นผมของเรา ซึ่งจะทำหน้าที่ซ่อมแซมผมที่เสียหายและปรับสภาพเส้นผมให้เรียบ ช่วยให้ผมดูมีน้ำหนัก ใช้แก้ปัญหาคนที่มีผมหยิกหยักศก ให้ผมลดการแห้งฟูได้

ทานอะโวคาโดอย่างไร ให้ได้ประโยชน์

การรับประทานแนะให้ทานครั้งละไม่เกิน ครึ่งผล หรืออย่างมากสุดไม่เกิน 1 ผลต่อวัน เพราะถึงจะมีประโยชน์มากมาย เเต่ก็ให้พลังงานสูงเช่นกัน วิธีการทานอาจจะตักทานเลย หรือนำมาใส่สลัด ห่อด้วยข้าวสไตล์ญี่ปุ่น หรือนำมาทากับขนมปังโรยเกลือเล็กน้อยให้รสชาติไม่แพ้เนยที่ทำจากนมวัวเลยทีเดียว

2 สูตรสำหรับเพิ่มความชุ่มชื้นผิวและผม

สูตร 1 : บำรุงได้ทั้งผมและผิว

– อโวคาโด ½ ลูก

– น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

– โยเกิร์ต ½ ถ้วย

นำส่วนผสมทั้งสามอย่าง มาผสมให้เข้ากัน จากนั้นก็นำมาพอกหน้าไว้ จะช่วยเพื่อความชุ่มชื่น ให้กับผิวหน้า และผม ในขณะที่น้ำผึ้ง จะทำให้ผมดูเงางามขึ้นด้วย

สูตร 2 : บำรุงผิวแบบเข้มข้น

– อโวคาโด ½ ลูก

– น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

– ไข่ขาว 1 ลูก

นำส่วนผสมทั้ง 3 อย่าง มาผสมให้เข้ากันอย่างเดิม แล้วพอกทิ้งไว้ น้ำมะนาว และไข่ขาว จะช่วยลดความมันบนใบหน้า เหมาะสำหรับคนที่มีสิวง่าย ส่วนคนที่ต้องการนำไปมาสก์ผม ไข่ขาว จะช่วยเพิ่มโปรตีนให้เส้นผม แข็งแรงขึ้น ส่วนน้ำมะนาว ก็ทำให้เส้นผมเงางาม

สำหรับคนที่อยากจะเริ่มทำ ควรลองทาบนผิวเฉพาะบางจุดก่อน เพื่อทดสอบอาการแพ้ เพราะถ้ามาสก์ทีเดียวทั้งหน้า แล้วเกิดอาการแพ้ขึ้นมา จะแย่เอานะคะ…

บทความโดย : นิตยสาร emaginfo
รูปสวยๆ : nanosborne.files.wordpress.com